ความรู้ที่ได้จากการอบรมการถ่ายรูปพรรณไม้น้ำและปลาสวยงาม..โดยกรมประมง
ต้องขอขอบคุณแบบไม่ลืมเลยครับ...พี่โบ(etabo) ผู้ส่ง Link มาให้มาได้ไปอบรม....
งานจัดขึ้นที่ กรมประมง ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน มีการอบรมทั้งทางวิชาการ
และการถ่ายรูปปลา
เป็นการฝึกอบรมถ่ายภาพครั้งในชีวิตแบบเป็นทางการของผมเลย
ที่สำคัญเป็นการถ่ายรูปปลาสวยงามซึ่งเดิมเคยถ่ายปลาทั้งปลาที่บ้าน
และปลาประกวด ...ทำไปเพราะชอบถ่ายรูปไม่มีทฤษฎีอะไร
เหมือนที่ผมเขียนไว้ก่อนหน้านี้ แค่ชอบรูปที่ออกถึงแม้ว่าจะดีบ้าง
ไม่ดีบ้าง แต่ตั้งสมมุติฐานกับตัวเองเสมอ ว่าจะทำอย่างไร
อุดช่องว่างหรือข้อเสียในภาพก่อนๆ วันนี้เลยมีโอกาส
ต้องขอขอบคุณ พี่โบ,อาจารย์ทุกท่านที่มาฝึกอบรมให้ ครับ
อาจารย์ท่านแรกในวันนั้น คือ อาจารย์สมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์ ตำแหน่งที่ปรึกษากรมประมง
ด้านสัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำ (ผมจะเขียนตามที่จดและจำมานะครับขาดตกบกพร่องของอภัย)
คำนิยามของคำว่า ปลา คือ สัตว์ที่อยู่ในน้ำ มีกระดูสันหลัง หายใจทางเงือก
มีครีบคู่ มีหัวใจ 2 ห้อง มีทั้งชนิดมีเกร็ดหุ้มและไม่มีเกร็ดหุ้ม
แบ่งแยกตามโครงสร้างของกระดูก
ปลามีอยู่ 24,000 ชนิดเป็นครึ่งหนึ่งของสัตว์ที่มีกระดูสันหลัง
ในประเทศไทยมีอยู่ 2,000 ชนิด แยกเป็นปลาทะเลประมาณ 1,000 กว่าชนิด
อุณหภูมิ ที่ปลาสามารถอาศัยอยู่ได้คือ -2 องศา ถึง 44 องศา
ในประเทศไทยปลาสวยงามประเภทแรกที่นิยมเลี้ยง คือ ปลาทอง
ได้นำเข้ามาสมัยอยุธยา สาเหตุที่ทำไมจึงเลี้ยงปลาทอง
เนื่องจากปลาทองทนต่อสภาพภูมิอากาศบ้านเราและทนต่อออกซิเจนต่ำๆได้
ปลาทอง แท้จริงแล้วเป็นปลาพิการไม่มีในธรรมชาติ
ลักษณะของปลา เราจะเคยเห็นเส้นข้างตัวปลา เรียกว่าเส้นประสาท ปลาจะรับรู้
ถึงอุณหภูมิของน้ำ แรงสั้นสะเทือน และอื่นจากเส้นนี้
การปรับอุณหภูมิของปลา อุณหภูมิของตัวปลาจะเท่ากับอุณหภูมิของน้ำที่ปลาอาศัยอยู่
เพราะฉะนั้นการนำปลามาเลี้ยงในอีกที่นึง ควรพักปลาโดยการ(ในที่นี้สมมุติเป็นถุง)
เอาปลาที่ใส่ถุงมาแช่ทิ้งไว้ในบ่อหรือตู้ประมาณ 10 นาที
จึงจะปล่อยปลาออกจากถุงป้องกันการช็อกของปลา
มาถึงเรื่องการถ่ายภาพปลาเชิงวิชาการ
เป็นความรู้ใหม่จริงๆว่า การถ่ายภาพปลานั้นต้องโฟกัสที่ ตา ของปลา
โดยให้หัวปลาหันไปทางซ้ายเสมอ หลายคนเคยอ่านเรื่องการถ่ายแบบมาโคร
หรือเปล่า จำได้หรือไม่ว่าต้องโฟกัสที่ ตา เวลาถ่ายภาพแมลง
อันนี้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน
การถ่ายต้องสื่อให้เห็นถึงลักษณะและชนิดของปลานั้นๆ
เช่น ปลามีเคี้ยวควรให้เห็น อย่างปลากระดี่ควรเห็นจุด 3 จุดของปลา
ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นปลากระดี่
การตกใจหรือทำให้ปลาตกใจนั้น สีของปลาจะซีดลง
เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อนำลงตู้ก่อนที่จะถ่ายต้องรอเวลาประมาณนึ่งก่อน
สรุปที่กล่าวมาคือ
1.ต้องโฟกัสที่ตา
2.ต้องหันหัวไปทางซ้าย
3.ให้เห็นลักษณะเด่นของชนิดปลานั้น
มาถึงการถ่ายแบบช่างภาพมืออาชีพกัน
โดย..อาจารย์สงคราม โพธิ์วิไล และอาจารย์วีระพันธ์ โตมีบุญ
ผมได้คำนิยามและปรัชญาจากอาจารย์สงคราม มามากมายครับ
กล้อง คือ ตัวหยุดเวลา ส่วนภาพถ่ายคือ การเล่าเรื่องที่ผ่านมาแล้ว
กดชัดเตอร์ทุกครั้ง นั้นคือ อดีต
ในที่นี้จะข้ามอุปกรณ์ไปนะครับ ก็แล้วแต่เพราะแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน
มาถึงการถ่ายเลยดีกว่า วิธีที่อาจารย์สอนมาคือ
โดยตั้งกล้องใช้ขาตั้งกล้องแล้วกำหนดจุดของภาพบนตู้ปลา ใช้สายลั้นชัดเตอร์
แล้วรอปลาเข้ามาบริเวณที่เรากำหนดจุดดังกล่าว
การโฟกัส ใช้แบบ MF ไม่ใช้ AF เพราะจะเกิดการผิดพลาดเวลาที่ปลาตัวอื่นเข้ามาด้วย
ถ้าจะใช้แฟสต้องคำนึงด้วยว่าจะทำให้เกิดแสงสะท้อน
การตั้งค่าของกล้อง อาจารย์แนะนำว่า ตั้ง ISO ที่ 400 ขึ้นไป WB ตามสถานการณ์นั้นๆ
ดูว่าไฟอะไรเพื่อให้แสงและสีที่ถูกต้อง
โฟกัส แบบ AF ถ้าให้ดีควรมิฟิวเตอร์ PLC (ผมไม่แน่นใจว่า CPL อันเดี่ยวกันหรือเปล่า)
เพื่อลดแสงสะท้อนของตู้ได้ระดับนึ่ง
คำแนะนำที่ได้มา คือ การถ่ายถ้าจัดองค์ประกอบแล้วไม่ควรเกิน 3 ตัว
การล่อปลา เช่น ปลากัด ควรเอาปลามาใส่อีกตู้เพื่อให้มันพองใส่กันภาพจะสวย
ส่วนในการตัดสินภาพปลาในงานประกวดไม่เน้นว่าต้องหันหน้าไปทางซ้ายเสมอ
การใช้แฟสในระยะ 1 ฟุตไม่ควรใช้ถ่ายปลา เพราะจะทำให้มันตาบอด
ส่วนเลนส์ตามคำแนะนำนะครับ เลนส์มาโครใช้ถ่ายดี(แต่ยังไม่ลอง...ใครให้ยืมก็บอกนะครับ)
เลนส์เทเลส์ ก็ดีครับ
มีวิธีถ่ายอีกวิธีที่น่าสนใจ คือ
การถ่ายปลากลางแจ้งเลย โดยเอาปลาใส้ตู้แล้วตั้งถ่ายกลางแดด
แล้วใช้มุ้งคลุมอีกทีเพื่อให้แสงมันซอบๆลง วิธีนี้ว่าจะลองอยู่ครับ
ได้ผลอย่างไรจะนำมาแจ้งให้ทราบกันต่อไป วันนี้ก็จบแค่นี้ก่อนนะครับ
แล้วจะนำควรรู้ที่ได้ไปใช้ให้คุ้มค่าที่สุดครับผม