บันทึก/ความรู้แบ่งปัน

Blog Entry70-200 F4Feb 2, '08 4:33 PM
for everyone

70-200 F4

วันนี้ได้ไปถอย 70-200 F4 มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มันให้ความรู้สึกที่ดีมากมายในมุมมองที่ผมชอบ

ความคมชัด  สีสันที่มองแล้วสมจริงดี

วันนี้เลยมีโอกาสไปถ่าย โอปอ เวลาถ่ายช่วงเวลา 4 โมงเย็น สวนรถไฟ

แสงอาทิตย์ยามเย็นสะท้อนสีผม   เป็นภาพในฝันผมเลย

ชอบดูนิตยสารของ IN ถ่ายสวยมากครับและอยากทำได้บ้าง

วันนี้ได้ลองที่ F4 เลย ก็ไม่สวยเท่าเขาแต่ชนะใจเราแล้วกัน

โม้มานานไปดูภาพกันเลยดีกว่าครั้งแรกกับ 70-200 F4

  ภาพทั้งหมดจะลงอัลบั้มของโอปอต่อไป  ติดตามชมกันนะครับ

 


แวะมาตอบเรื่องพลุคับ^^ จริงๆตอบไว้บ้านนู้น ไม่รู้ได้กลับไปอ่านรึเปลา เอามาตอบบ้านนี้ชัวร์กว่าเน้อ
เอาแบบมาตราฐานก่อน ก็ต้องเซตกล้องประมาณนี้คับ Raw ไฟล์ (เพื่อปรับแต่งเพิ่มเติมในภายหลัง) ปิดโหมดลด noise ใน custom functionซะ, ใช้ชัตเตอร์ B พร้อมสายลั่น, ISO 100, F 10, ปรับโฟกัสที่เลนส์ไปอยู่ที่ อินฟินิตี้ แล้วปรับเป็นแมนนั่วซะ เรื่องสปีดชัตเตอร์ ไม่ต้องสนใจครับเพราะเราจะใช้สายลั่น โดยเปิดหน้ากล้องตั้งแต่เห็นพลุเริ่มพุ่งขึ้นไป และปิดหน้ากล้องตอนมันแตกและบานจนสุด (ระวังอย่าเปิดนานจนเกินไปเพราะหลังจากพลุบานจนสุดแล้วส่วนมากจะโดนลมหอบปลิวกระจัดกระจายจนเสียทรง แล้วเราก็จะได้พลุย้วยๆมารูปนึง 555 เพราะฉะนั้นต้องกะจังหวะให้ดีๆรอจนบานสุดแล้วก็ปิดหน้ากล้องเลยคับ แนะอีกนิดนะครับว่าเมื่อถ่ายรูปแรกตามที่เซตแล้ว เปิดดูภาพเช็ค Histrogram ดูก่อนว่าพลุเป็นยังไงบ้างมีส่วนไหน สว่างจนหลุดไปรึเปล่า ถ้าสว่างไปก็ปรับFขึ้นไปอีกหน่อย ส่วนฉากหน้าถ้าไปอยู่ตรงที่ที่มีไฟเยอะๆก็จะโอเวอร์แน่นอน ช่างมันครับเอาพลุพอดีมาก่อน พอถ่ายพลุเสร็จแล้ว ค่อยมาเก็บฉากหน้าพอดีๆอีกทีนึงแล้วค่อยเอาไปซ้อนกันใน PS ครับ อิอิตอบซะยืดยาวหวังว่าพอจะเอาไปใช้ได้นะครับ รอดูรูปสวยๆคับ^^"
 
ปล.ขอบคุณความรู้ที่แบ่งปัน   มีประโยชน์มากๆเลยครับ   ใครอยากชมผลงานพี่เค้าได้ที่นี้เลยครับhttp://8meg.multiply.com/ 

ประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ เห็นใกล้ๆกับตากับการจุดพลุเฉลิมพระเกียรติ

 ณ เมืองทองธานี 

วันนั้นนัดเพื่อนไว้คนนึงบอกว่าจะออกไปจองที่ให้ก่อน  เราก็ไม่ว่างเลยตามไปทีหลัง จากนั้นผมไปถึง 18.30น.โทรติดต่อเพื่อนก็ยังไม่ได้ความรถติดมากอยู่ในเมืองทอง  เลยยืนรอทางขึ้นตึกร้าง  มองขึ้นไปด้านบนทุกชั้นเต็มไปด้วยช่างภาพทุกชั้น ที่นั้นมืดมากน่ากลัวอันตรายมาก เพื่อนบอกว่าแกขึ้นไปก่อนเดี๋ยวเสียโอกาส  ในใจก็คิดว่าขึ้นอย่างไรไม่เคยมาเลย  ดังนั้นเลยตั้งสินใจขึ้นเพราะเวลาใกล้แล้ว อีกอย่างด้านล่างผู้คนเยอะมากๆๆๆ

ตั้งสินใจสุดท้ายขึ้นไปด้วยความอยาก  เดินแบบไม่รู้เรื่องอันตรายมากมองไม่เห็นไม่คิดอะไรระหว่างทางขึ้นทุกชั้นเต็มไปด้วยช่างภาพมากมายเยอะสุดๆๆ

ผมเดินไม่รู้ชั้น จนรู้สึกอีกทีอยู่ดาดฟ้าแล้วมีหลายคนช่วยหามุมให้แต่ก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่อีกอย่างอันตรายมากมองลงไปถ้าพลาด คือ ชีวิต เลยตั้งสินใจเข้ามาด้านในดีกว่า

ระหว่างนั้น เริ่มจุดไป 1 ชุดเห็นแค่แสงที่ลอดช่องคอนกรีตเข้ามา  เลยเดินหามุม ไปเจอกลุ่ม 1 กลุ่มที่เขาจองที่ไว้แล้วไมเต็มใจให้เราเข้า  แต่ก็บอกว่าขอแค่เล็กๆก็พอ

ก็เลยได้มุมที่เรียกว่าแค่เลนส์  ก็ยังดีเพราะตั้งใจมาหาประสบการณ์ทุกอย่างไม่ได้แลกมาง่ายๆ

มุมที่เห็นทุกรูปถ่ายได้เท่านี้จริงๆ ใช้ 17-85 ไม่ช่วยอะไรต้องซูมเพื่อลบผนัง

ขอบคุณพื้นที่ที่เพื่อนช่างภาพแบ่งให้ครับ

การเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ประสบการณ์จะสอนเราให้รู้จักทุกอย่างมีเงินก็ซื้อไม่ได้

และจะล่าพลุให้ภาพสมบูรณ์กว่านี้อีก  มีครั้งหน้าจะไม่พลาดอีกแล้ว

ประสบการณ์สอนเราแล้ว


 


พอดีวันนี้นั่งเล่นอยู่ที่ทำงานหาความรู้ใส่หัวซะหน่อย  พักนี้สมองยิ่งมึนงงอยู่  ก็ได้เปิดไปดูอะไรต่างๆมากมายใน 2 how มาเจอรูปเด็กน่ารักดีเลยกดเข้าไปจะไปถามเค้าว่าแต่งภาพแบบนี้ทำไง ก็เจออย่างที่ลิ้งไว้ข้างล่างนี้แหละครับ   ลองเข้าไปเที่ยวชมดู น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย  ขอบคุณครับ  ขอบคุณความรู้ทุกความรู้ที่แบ่งปันกัน

 

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=9george

ขอบคุณเจ้าของความรู้ครับ http://9george.multiply.com/  ภาพในนี้สวยจริงๆ


เคยมีใครง่วงนอนมากๆแล้วลองคิดเลขบ้าง   ผลลัพท์เป็นอย่างไรครับ   ลองทำดู  ส่วนตัวผมนั้นเรื่องมีอยู่ว่า  วันนั้นไม่ค่อยสบายเลยซื้อยามากิน  กินยาก่อนอาหารไป 1 เม็ด หลังจากนั้น 1 ชั่วโมงทุกอย่างดูคล้ายไม่ช่ายตัวเรา  ดูง่วงๆทั้งๆที่วันนั้นไม่น่าจะง่วงขนาดนี้  ทำงานไปหลับไป  พอสักพักก็มีอาการแบบนี้ไปทั้งวันเลย   จนถึงตอนเย็นผมเลยนอนที่ทำงานตั้งแต่ 5 โมงเย็นหลับไม่รู้สึกตัวจนถึงเกือบ 6 โมงมีน้องเดินมาเรียกลุกขึ้นมาด้วยความมืนงง   แค่นั้นก็หลับต่อไปจนถึง 2 ทุ่มครึ่ง  พอ 3 ทุ่มต้องออกไปเล่นดนตรี  วันนั้นเป็นวันศุกร์ต้องเล่นถึง 3 ร้าน  เวรแล้วไงสภาพตอนนั้นก็ยังไม่ดีขึ้นเลย 

หลังจากออกจากที่ทำงาน ก็ไปเล่นดนตรีแต่รู้ตัวตลอดว่าง่วงพยายามทำให้ร่างกายตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา   จากนั้นเล่นผ่านไปได้ 3 ร้านก็เดินทางกลับบ้านช่วงนั้นเป็นเวลาเกือบๆตี 4 แล้วผมขับรถมาเรื่อยๆมีเพื่อนติดรถมา 1 คน จนถึงประชานุกูลเค้าก็ลง  ส่วนผมตอนนั้นถือว่าสุดๆแล้วเหมือนกันทำไงดี  ขึ้นทางด่วน 15 บาทลงก็จะถึงบ้านแล้ว  เลยนับเหรียญในกระป๋อง หาเหรียญ 10 กับเหรียญ 5 ไม่เจอ เวรกรรมมีแต่เหรียญบาทเต็มไปหมด

        เหรียญบาทจำนวน 15 เหรียญ  ผมก็เริ่มนับตั้งแต่ 1 บาทไปเรื่อยๆ รู้สึกตัวว่าง่วงมากจะนับทำไมแต่ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก  ผมเห็นเพื่อนผมลงรถแล้วเดินเข้าไปซื้อของที่เซเว่น ระหว่างนั้นผมยังนับตังค์อยู่ความง่วงบวกเศษตังค์ช่างลงตัวมากๆ  นับทุกครั้งพอจะถึง 8 บาทผมจะหลงและงงตลอดเลยใช้เวลาในการนับจนพอมองเห็นเพื่อนออกมาจากเซเว่นแล้วใช้การนับทั้งหมดไม่ต่ำกว่า5-6 ครั้งแบบช้าๆ  งงๆ  ง่วงๆ  อึดใจสุดท้ายพยายามนับจนถึง 15 บาท  รู้หรือป่าวว่า 15 บาทนั้นนับด้วยความไม่มั่นใจเลย ตั้งสติออกรถไปแต่ยังขับได้นะครับยังมองเห็นทางอยู่(อัตรายนะ...) แต่ขับช้ามากเลยไปเรื่อยๆจนถึงด่านค่าทางด่วนส่งตังค์ให้เค้า  สงสัยมันดึกมากแล้วเค้าก็คงไม่อยากนับกลัวเหมือนผมหรือป่าว.555+  ขับกลับบ้านปลอดภัยและจะไม่พยายามขับขณะง่วงอีก

* * * ง่วงไม่ขับ  อย่านับตัง * * *

มีเงิน 15 บาทตอนง่วงๆเนี้ยดูเยอะจังนับไม่หมดซะทีเลย...


Blog Entryอัลบั้มใส่รูปAug 29, '07 5:31 AM
for everyone
http://albums2book.com/index.html   เพื่อนติ๊กส่งให้ขอบคุณมากเลยใครอยากได้เชิญตาม Link เลยครับ

 


แด่เธอผู้จากไป

เป็นปลาตัวที่ 2 ในอัลบั้มของผม  มันทรมานมานานนับเดือนป่วยมีอาการเสียศูนย์หงายท้องขึ้น  หลักจากเกิดอาการแบบนี้อยู่นานนับเดือน

น้องผมดูแลหาวิธีรักษามาโดยตลอดเลยอาการไม่ดีขึ้น  เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อนปลาที่ซื้อเข้ามาใหม่เกิดโรคจุดขาว  และมีอาการตกเลือดทั้งบ่อเลยตอนนี้เจ้าดำได้จากไปแล้วครับ  เสียใจครับชีวิตทุกชีวิตมีค่ามากมาย  เค้าทิ้งความสวยงามไว้ในอัลบั้มของผม  นั้นคือความทรงจำสุดท้าย

ต่อจากนี้อีกตัวนึงที่ถ่ายคู่กันมาตลอดกำลังจะตามไปเช่นกัน

ตัวนี้และครับ   ขวัญใจช่างภาพสำหรับผมเลย  อาการเหมือเจ้าดำขึ้นทุกวัน  ก็ต้องรักษาดูแลจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต

ขอบคุณความสวยงามมากมายที่ทิ้งไว้ให้เราได้ชื่นชม 

2 ตัวนี้เปรียบเหมือนอาจารย์ใหญ่ของผมเลย 

เสียใจครับแต่แล้วก็หนีไม่พ้น

มีชีวิตที่ดีแล้วทำความดีทิ้งไว้ให้คนอื่นได้ชื่นชมกันดีกว่าครับ

 

หลังจากที่ลงบทความนี้ไม่ถึงชั่วโมง   เธอก็จากไปอีกตัวแล้วครับ

รวมวันนี้แล้ว  ตายไป 6 ตัวครับ เหลือชีวิตที่คิดว่ารอดแน่ๆประมาณ 5 ตัว

 

เหตุการณ์ครั้งนี้สูญเสียไปประมาณ 7 ตัวครับ

ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพันและร่วมทางกัน  จนสุดหนทาง


Blog EntryผลงานAug 15, '07 7:50 AM
for everyone

เป็นผลงานที่ทางเวปของภาพไปลงประกอบครับ

http://www.kapank.com/pets/contents/fish/breedbabyranchu/breedbabyranchu.html


Blog Entryต่อหลังดำAug 12, '07 3:07 AM
for everyone
http://www.2how.com/board/topic.php?id=23453  อันนี้เคยลงไว้
Attachment: P6.JPG

 
หลายคนสงสัย ผมเอามาแบ่งปันให้ทุกคนแล้วกันนะครับ  เป็นวิธีของผมเองใครเก่ง PS อย่าว่ากันนะครับไม่รู้ว่าอยางไรแต่ผมทำมันได้แบบนี้มีรัยแนะนำทิ้งไว้ครับ  ยินดีรับฟังและนำไปใช้

ขั้นตอนแรก

ข้นตอนที่ 2

ขั้นตอนที่ 3

ขั้นตอนที่ 4

ขั้นตอนที่ 5

ขั้นตอนที่ 6

 

ทั้งหมดผมคิดเองจะผิดหรือถูกแต่ทำได้เหมือนกัน แนะนำกันบ้างนะครับ

คลิกดูรูปใหญ่ตามหัวข้อด้านล่าง มี5 ภาพ  ภาพที่ 6 ไปอยู่อีกหัวข้อนะไม่พอ

Attachment: P1.JPG
Attachment: P2.JPG
Attachment: P3.JPG
Attachment: P4.JPG
Attachment: P5.JPG

Blog Entryhttp://www.atncentral.com/Aug 6, '07 11:16 PM
for everyone

ขอบคุณ ตั้ม  http://photobytum.multiply.com/   ด้วยครับ


วิธีการถ่ายกลางคืนก็ได้ภาพไม่ต่างกันมากแต่ที่ต่างกันคือการตั้งค่ากล้อง และ ISO ที่ 800 ซึ่งถ้ามีไฟแบบสตูดิโอ คงจะดีกว่า(แต่ไม่มี..อิอิ)  อาจจะมีเรื่องของสีสันบ้างแต่ PS ก็ช่วยได้นะไม่ต้องกลัว  มีตัวอย่างรูปและอุปกรณืให้ดูกัน

 

 

                                                อันนี้เป็นอุปกรณ์เท่าที่มีนะครับ

 


                                  ภาพเปรียบเทียบกันและมีรายละเอียดการตั้งกล้อง

 

ขอให้สนุกกันนะครับ.....แล้วจะพัฒนาไปอีกเรื่อยๆ


วิธีคราวๆนะครับ

1. ตั้งตู้ปลากลางแดด
2.ปรับน้ำและตู้ให้ใส/ติดฟิวเจอร์บอร์ดสีดำที่หลังตู้/ฟิวเจอร์บอร์ดขาวบนตู้ลดแสงให้ซอฟๆ
3.ตัดฟิวเจอร์บอร์ดอีกอันสีดำตัดเป็นวงกลมพอดีกับเลนส์และนำเลนส์โผล่ออกไปอย่างเดียว ลดแสงสะท้อนได้เกือบ 100% จะไม่มีตัวเราถ่ายคู่กับปลา(เหมือนมีโล่หุ้มกล้องไว้)
4.ตั้งกล้องอื่มวิธีผมนะครับ iso 200-400 F 8 ชัดๆกันไป WB ไปที่กลางแดด ผมใช้โหมด AV ที่เหลือขึ้นอยู่กับปลาและตัวเราใครจะทนร้อนได้มากกว่ากัน ถ้าทนได้ก็จะมีโอกาสได้ภาพสวยๆ
5.วิธีกรมประมงนะครับตั้งกลางแดด,โฟกัสที่ตาของปลา ถ้าวิชาการก็หันหัวปลาไปทางซ้ายมือ
6.กดชัดเตอร์เข้าไปครับรอดูว่าคนกับปลาใครเร็วกว่ากัน
                   


ความรู้ที่ได้จากการอบรมการถ่ายรูปพรรณไม้น้ำและปลาสวยงาม..โดยกรมประมง

ต้องขอขอบคุณแบบไม่ลืมเลยครับ...พี่โบ(etabo)  ผู้ส่ง Link มาให้มาได้ไปอบรม....

งานจัดขึ้นที่ กรมประมง  ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  บางเขน  มีการอบรมทั้งทางวิชาการ

และการถ่ายรูปปลา 

เป็นการฝึกอบรมถ่ายภาพครั้งในชีวิตแบบเป็นทางการของผมเลย

ที่สำคัญเป็นการถ่ายรูปปลาสวยงามซึ่งเดิมเคยถ่ายปลาทั้งปลาที่บ้าน

และปลาประกวด  ...ทำไปเพราะชอบถ่ายรูปไม่มีทฤษฎีอะไร

เหมือนที่ผมเขียนไว้ก่อนหน้านี้  แค่ชอบรูปที่ออกถึงแม้ว่าจะดีบ้าง

ไม่ดีบ้าง  แต่ตั้งสมมุติฐานกับตัวเองเสมอ  ว่าจะทำอย่างไร

อุดช่องว่างหรือข้อเสียในภาพก่อนๆ  วันนี้เลยมีโอกาส

ต้องขอขอบคุณ พี่โบ,อาจารย์ทุกท่านที่มาฝึกอบรมให้ ครับ

อาจารย์ท่านแรกในวันนั้น คือ อาจารย์สมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์  ตำแหน่งที่ปรึกษากรมประมง

ด้านสัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำ  (ผมจะเขียนตามที่จดและจำมานะครับขาดตกบกพร่องของอภัย)

คำนิยามของคำว่า ปลา คือ สัตว์ที่อยู่ในน้ำ มีกระดูสันหลัง หายใจทางเงือก

มีครีบคู่  มีหัวใจ 2 ห้อง  มีทั้งชนิดมีเกร็ดหุ้มและไม่มีเกร็ดหุ้ม

แบ่งแยกตามโครงสร้างของกระดูก

ปลามีอยู่ 24,000 ชนิดเป็นครึ่งหนึ่งของสัตว์ที่มีกระดูสันหลัง

ในประเทศไทยมีอยู่ 2,000 ชนิด แยกเป็นปลาทะเลประมาณ 1,000 กว่าชนิด

อุณหภูมิ ที่ปลาสามารถอาศัยอยู่ได้คือ -2 องศา ถึง 44 องศา

ในประเทศไทยปลาสวยงามประเภทแรกที่นิยมเลี้ยง คือ ปลาทอง

ได้นำเข้ามาสมัยอยุธยา  สาเหตุที่ทำไมจึงเลี้ยงปลาทอง

เนื่องจากปลาทองทนต่อสภาพภูมิอากาศบ้านเราและทนต่อออกซิเจนต่ำๆได้

ปลาทอง  แท้จริงแล้วเป็นปลาพิการไม่มีในธรรมชาติ

ลักษณะของปลา   เราจะเคยเห็นเส้นข้างตัวปลา  เรียกว่าเส้นประสาท ปลาจะรับรู้

ถึงอุณหภูมิของน้ำ  แรงสั้นสะเทือน และอื่นจากเส้นนี้

การปรับอุณหภูมิของปลา อุณหภูมิของตัวปลาจะเท่ากับอุณหภูมิของน้ำที่ปลาอาศัยอยู่

เพราะฉะนั้นการนำปลามาเลี้ยงในอีกที่นึง  ควรพักปลาโดยการ(ในที่นี้สมมุติเป็นถุง)

เอาปลาที่ใส่ถุงมาแช่ทิ้งไว้ในบ่อหรือตู้ประมาณ 10 นาที

จึงจะปล่อยปลาออกจากถุงป้องกันการช็อกของปลา

มาถึงเรื่องการถ่ายภาพปลาเชิงวิชาการ

เป็นความรู้ใหม่จริงๆว่า  การถ่ายภาพปลานั้นต้องโฟกัสที่ ตา ของปลา

โดยให้หัวปลาหันไปทางซ้ายเสมอ  หลายคนเคยอ่านเรื่องการถ่ายแบบมาโคร

หรือเปล่า  จำได้หรือไม่ว่าต้องโฟกัสที่ ตา เวลาถ่ายภาพแมลง

อันนี้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน

การถ่ายต้องสื่อให้เห็นถึงลักษณะและชนิดของปลานั้นๆ

เช่น  ปลามีเคี้ยวควรให้เห็น  อย่างปลากระดี่ควรเห็นจุด 3 จุดของปลา

ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นปลากระดี่

การตกใจหรือทำให้ปลาตกใจนั้น สีของปลาจะซีดลง

เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อนำลงตู้ก่อนที่จะถ่ายต้องรอเวลาประมาณนึ่งก่อน

สรุปที่กล่าวมาคือ

1.ต้องโฟกัสที่ตา

2.ต้องหันหัวไปทางซ้าย

3.ให้เห็นลักษณะเด่นของชนิดปลานั้น

มาถึงการถ่ายแบบช่างภาพมืออาชีพกัน

โดย..อาจารย์สงคราม โพธิ์วิไล  และอาจารย์วีระพันธ์  โตมีบุญ

ผมได้คำนิยามและปรัชญาจากอาจารย์สงคราม  มามากมายครับ

กล้อง  คือ  ตัวหยุดเวลา  ส่วนภาพถ่ายคือ  การเล่าเรื่องที่ผ่านมาแล้ว

กดชัดเตอร์ทุกครั้ง   นั้นคือ  อดีต

ในที่นี้จะข้ามอุปกรณ์ไปนะครับ  ก็แล้วแต่เพราะแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

มาถึงการถ่ายเลยดีกว่า  วิธีที่อาจารย์สอนมาคือ 

โดยตั้งกล้องใช้ขาตั้งกล้องแล้วกำหนดจุดของภาพบนตู้ปลา  ใช้สายลั้นชัดเตอร์

แล้วรอปลาเข้ามาบริเวณที่เรากำหนดจุดดังกล่าว 

การโฟกัส ใช้แบบ MF ไม่ใช้ AF เพราะจะเกิดการผิดพลาดเวลาที่ปลาตัวอื่นเข้ามาด้วย

ถ้าจะใช้แฟสต้องคำนึงด้วยว่าจะทำให้เกิดแสงสะท้อน

การตั้งค่าของกล้อง อาจารย์แนะนำว่า  ตั้ง ISO ที่ 400 ขึ้นไป WB ตามสถานการณ์นั้นๆ

ดูว่าไฟอะไรเพื่อให้แสงและสีที่ถูกต้อง

โฟกัส แบบ AF ถ้าให้ดีควรมิฟิวเตอร์ PLC (ผมไม่แน่นใจว่า CPL อันเดี่ยวกันหรือเปล่า)

เพื่อลดแสงสะท้อนของตู้ได้ระดับนึ่ง

คำแนะนำที่ได้มา  คือ  การถ่ายถ้าจัดองค์ประกอบแล้วไม่ควรเกิน 3 ตัว

การล่อปลา  เช่น ปลากัด ควรเอาปลามาใส่อีกตู้เพื่อให้มันพองใส่กันภาพจะสวย

ส่วนในการตัดสินภาพปลาในงานประกวดไม่เน้นว่าต้องหันหน้าไปทางซ้ายเสมอ

การใช้แฟสในระยะ 1 ฟุตไม่ควรใช้ถ่ายปลา  เพราะจะทำให้มันตาบอด

ส่วนเลนส์ตามคำแนะนำนะครับ เลนส์มาโครใช้ถ่ายดี(แต่ยังไม่ลอง...ใครให้ยืมก็บอกนะครับ)

เลนส์เทเลส์ ก็ดีครับ 

มีวิธีถ่ายอีกวิธีที่น่าสนใจ  คือ

การถ่ายปลากลางแจ้งเลย  โดยเอาปลาใส้ตู้แล้วตั้งถ่ายกลางแดด

แล้วใช้มุ้งคลุมอีกทีเพื่อให้แสงมันซอบๆลง  วิธีนี้ว่าจะลองอยู่ครับ

ได้ผลอย่างไรจะนำมาแจ้งให้ทราบกันต่อไป  วันนี้ก็จบแค่นี้ก่อนนะครับ

แล้วจะนำควรรู้ที่ได้ไปใช้ให้คุ้มค่าที่สุดครับผม


  • ก่อนอื่นเลย...เราต้องมีปลาที่จะใช้ถ่ายก่อน
  • ขั้นแรกๆแนะนำว่าลองถ่ายตัวเดียวก่อนนะครับ

1.การจัดตู้ปลา.....  ขนาดของตู้ปลาควรที่จะให้ปลาสามารถว่ายได้แบบไม่อึดอัดกลับตัวได้เร็ว

ความใสของกระจกและน้ำสำคัญมาก...ส่วนเรื่องไฟที่ใช้

ผมใช้ไฟตู้ปลาที่เราเคยเห็นกันเป็นไฟสีชมพูไว้ด้านบน...ส่วนด้านข้างเป็นไฟอ่านหลังสือ

(ฟังดูอนาจจัง...ลองดูครับ)ไฟอ่านหลังสือจะมีแสงออกโทนเหลิองๆ

ทำให้เวลาส่องไปที่ปลาแล้วเกร็ดของปลาจะเงาชัดเจน...

มาถึงฉากหลังผมเลือกฟิวเจอร์บอร์ดสีดำ เวลาที่ถ่ายแล้วปลาจะเด่นขึ้นมา

ทั้งฉากหลังและพื้นตู้เลยนะครับ แล้วนำปลาที่มีอยู่มาปล่อย

ระหว่างนั้นเราก็มาตั้งกล้องกันดีกว่าปล่อยปลาให้หายตกใจ

และคุ้นเคยกับตู้ก่อน...อย่าใจร้อน

     2.การตั้งค่ากล้อง/และอุปกรณ์ที่ใช้...ผมใช้ 350D เลนส์ 50 mm F 1.8 ไม่ใช้แฟส(สงสารปลา)

การตั้งค่านะครับ(แบบผมนะ..)ตั้ง WB Auto  F ประมาณ 3.2-3.5

เคยใช้ 1.8-2.8 แล้วหัวชัดมากตัวไม่เห็น...

การถ่ายแล้วแต่ว่าเราจะเลือกเวลาไหน..ถ้าให้ดีเวลาที่ไม่มีคนมายุ่ง.555

คือว่า   ถ้ากลางวันก็เอามาดำมาขึงให้รอบกันแสงสะท้อนได้

ส่วนกลางคืนระวังแสงสะท้อนของหลอดไฟก็แล้วกัน

     3.มาถึงการถ่าย...... ผมใช้โฟกัสแบบ Auto แล้ววิ่งตามปลาแต่อาจจะไปพูดอีกทีในอีกหัวข้อแล้วกัน

จากนั้นก็รอจังหวะเพราะปลาจะทำท่าทางให้เราดูตลอดเวลา

ถ้ารอมันจะเห็นเวลาที่ยืดตัวอ่าปลาเต็มที่   นั้นแหละสวยครับ

ที่เหลือขึ้นอยู่กับประสบการณ์การเลี้ยงปลา

และประสบการณ์การถ่ายรูปนะครับ

     4.จากนั้นนำภาพที่ได้(คิดว่าพอใจแล้ว...)มาดูในคอมซิว่าภาพเป็นไง   ก็ต้องใช้วิชานิดหน่อย

ผมใช้ Photoshop CS 2  ปรับความชัดเจน

ปรับแสงสีและเก็บรายละเอียดต่างๆแต่ไม่เกินจริงเท่าที่ทำได้

ถ้าใครเก่งๆคงสบายเลย....เป็นอันเสร็จ 

ในหัวข้อหน้าจะเป็นในแบบวิชาการขึ้นมาอีกครับ....ติตามชมแล้วกัน

  


Blog Entryคุยกันเรื่องปลาJul 21, '07 1:08 AM
for everyone

เนื่องจากที่ผ่านได้พบปะปลาสวยงามมามากมาย 

ทั้งปลาประกวดและปลาที่บ้านซึ้งในอนาคตคงมีรูปปลาแบบนี้ไปอีก

จะพยายามสรรค์หาสิ่งใหม่ๆแปลกหูแปลกตามาให้ชมกัน 

จึงจัดทำห้องภาพห้องนี้ขึ้นมาเพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆภาพแห่งความทรงจำ 

 ซึ่งที่ผ่านมาก็มีปลาที่บ้านได้ตายไปแล้ว 1 ตัว ยังดีที่ไปแล้วยังมีภาพ

แห่งความประทับใจไว้ให้ชมกัน  ก็สงสารมันเหมือนกันแต่แล้วชีวิตก็คือ ชีวิต


Blog Entryวิธีถ่ายรูปปลาJul 11, '07 10:29 PM
for everyone
อันนี้ของผมเอง  อิอิ..   http://www.2how.com/board/topic.php?id=23111

Blog Entryแต่งโทนสีของภาพJul 11, '07 10:27 PM
for everyone
  ขอบคุณ Phatchon ที่แบ่งปันความรู้ http://www.2how.com/board/topic.php?id=23625

ขอบคุณพี่ jazz3977 นำมาเก็บไว้เป็นความรู้  http://www.2how.com/board/topic.php?id=22234

Blog Entryความทรงจำ...Mar 25, '07 9:28 AM
for everyone


  เป็นวันที่ไปลอยอังคารพ่อ .... ที่ปากเกร็ด  เป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเราได้ทำสิ่งดีๆให้พ่อ  ถึงแม้วันนั้นจะมาเร็วอย่างที่เราไม่ได้ตั้งตัวกันเลย  แต่ความทรงจำและความรักที่พ่อให้เรายังอยู่ในจิตใจพวกเราไปตลอด  ภาพสุดท้ายที่ผมถ่ายได้                          รักพ่อครับ....

  


© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help